การจัดทำกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ

By admin_grad, 22/04/2010 11:52 am

วีรยุทธ นันทนานุกูล

สำหรับผู้ที่มีเงินออม และประสงค์จะบริหารเงินออมของตนให้เกิดประโยชน์นั้น นอกเหนือจากการฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบัน การเงินต่างๆ เพื่อรับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยเงินฝากแล้ว ยังมีทางเลือกอื่นๆ สำหรับการบริหารเงินออม และการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพได้อีก หลายวิธี และการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ก็นับเป็นทางเลือกหนึ่งของการลงทุนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้มีเงินออมมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากกว่า และ หลากหลายรูปแบบกว่าการฝากเงินกับสถาบันการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน ที่มีแนวโน้มลดต่ำลง อยู่ตลอดเวลา โดยการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จะเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนได้รับทั้งผลตอบแทนทางการเงิน การเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกิจการต่างๆ ที่มีศักยภาพ และการมีบทบาทร่วมสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุน และระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย แต่ทั้งนี้การลงทุนใดๆก็ตาม ย่อมมี ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างมีหลักการ และถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ จะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสามารถได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับที่น่าพึงพอใจ

จากการศึกษา หัวข้อ “การจัดทำกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตราผลตอบแทน และความเสี่ยงของกลุ่ม หลักทรัพย์ โดยใช้ดัชนีตลาดและราคาปิดตั้งแต่เดือนมกราคม 2545 ถึง เดือน กรกฎาคม 2545 มาคำนวณตามแนวความคิดของ Markowiz พบว่า การลงทุนที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุน คือ นักลงทุนต้องเลือกลงทุนในกลุ่มหลักทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงสุด ณ ระดับความเสี่ยงหนึ่ง หรือเลือกลงทุนในกลุ่มหลักทรัพย์ที่ให้ความเสี่ยงต่ำสุด ณ ระดับอัตราผลตอบแทนหนึ่ง นั่นคือ ลงทุนบนเส้นที่เรียกว่า เส้น Efficient Portfolio ทั้งนี้ ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับอรรถประโยชน์ของนักลงทุนแต่ละคนว่าจะยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยเท่าใด หรือต้องการอัตราผล ตอบแทนมากน้อยเท่าใด เช่น ถ้านักลงทุนต้องการอัตราผลตอบแทนที่ 3.4 % ต่อเดือน นักลงทุนจะต้องยอมรับความเสี่ยงที่ 15.86 นั่นหมายความว่า มีโอกาสร้อยละ 66.84 ที่นักลงทุนจะมีอัตราผลตอบแทนอยู่ในช่วง 19.26 % ถึง 12.46 % โดยนักลงทุนต้องลงทุนในสัดส่วนหลักทรัพย์ LH : BEC : SCC เท่ากับ 0.60 : 0.25 : 0.15 ตามลำดับ หรือถ้านักลงทุนชอบความเสี่ยงน้อย โดยต้องการระดับความเสี่ยงที่ 8.91 นักลงทุนจะได้รับอัตราผลตอบแทน เพียง 1.35 % ต่อเดือน หมายความว่ามีโอกาสร้อยละ 66.84 ที่นักลงทุนจะมีอัตราผลตอบแทนอยู่ในช่วง 10.26 % ถึง – 7.56 % โดยนักลงทุน ต้องลงทุนในสัดส่วนหลักทรัพย์ LH : BEC : SCC เท่ากับ 0.10 : 0.80 : 0.10 ตามลำดับ เป็นต้น

การจัดทำกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพนี้เป็นการใช้กลยุทธ์ในเชิงรับ โดยวิธีการสร้างกลุ่มหลักทรัพย์เลียนแบบดัชนีตลาด ซึ่งจะใช้ได้ดีก็ ต่อเมื่อตลาดเป็นตลาดที่มีประสิทธิภาพ แต่โดยภาวะของตลาดโดยทั่วไปมักจะไม่ใช่เป็นตลาดที่สมบูรณ์ (ตลาดที่มีประสิทธิภาพ) ผู้ศึกษาขอเสนอแนะว่า นักลงทุนควรพิจารณาเรื่องการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และการวิเคราะห์ทางเทคนิคของหลักทรัพย์เข้ามาร่วมในการพิจารณา และนอกจากนี้ควรจะมีการ คำนวณความเสี่ยงส่วนเพิ่ม เพื่อเป็นการปรับอัตราผลตอบแทนของหุ้นให้สอดคล้องกับความเสี่ยง ทำให้การลงทุนในกลุ่มหลักทรัพย์เกิดประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น กล่าวคือ ได้อัตราผลตอบแทนที่สูงที่สุด ณ ระดับความเสี่ยงระดับหนึ่งหรือได้รับความเสี่ยงต่ำสุด ณ ระดับอัตราผลตอบแทนระดับหนึ่ง ดังกล่าวแล้วข้างต้น

* บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต รุ่น 9/2 ปีการศึกษา 2545 โดยมี ผศ.อิงอร ตั้นพันธ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา